จัดฟัน

การจัดฟัน คือ วิธีการที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีการสบฟันผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นได้หลายลักษณะ เช่น การเรียงตัวของฟันผิดปกติ ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันหมุน ฟันล้ม ฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาได้และฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ฟันยื่น และฟันคร่อม นอกจากนี้ การจัดฟันยังให้ประโยชน์ทางอ้อมอีกด้วย เช่น ลดอัตราการเกิดฟันผุและปริทันต์อักเสบ ช่วยส่งเสริมให้ข้อต่อขากรรไกรทำงานได้ดี ทำให้มีรูปหน้าและรอยยิ้มที่สวยงาม

คลินิกของเรามีบริการจัดฟัน 3 รูปแบบ ดังนี้

  1. จัดฟันแบบโลหะ เป็นที่นิยมมากที่สุด สามารถเปลี่ยนสียางจัดฟันได้ทุกครั้งที่มาปรับเครื่องมือ
  2. จัดฟันแบบใสเซรามิก สีของอุปกรณ์กลมกลืนกับสีของฟัน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นที่สังเกตุ
  3. จัดฟันแบบดาม่อน ที่อุปกรณ์มีประตูจิ๋วช่วยลดแรงเสียดทาน ดังนั้นอาการปวดจากการดึงฟันจึงน้อยกว่า ลดระยะเวลาในการรักษาและจำนวนครั้งในการปรับเครื่องมือ จากปกติปรับเครื่องมือเดือนละ 1 ครั้ง เป็น 2 เดือนต่อครั้ง ช่วยลดการถอนฟันเพื่อจัดฟัน และมีความเสี่ยงต่อฟันผุระหว่างจัดฟันน้อยกว่าเพราะมีการสะสมของเศษอาหารและคราบแบคทีเรียรอบๆ อุปกรณ์น้อยกว่า

This is the heading

This is the heading

This is the heading

ขั้นตอนการรักษา

  1. ปรึกษาทันตแพทย์จัดฟัน: ตรวจฟันเบื้องต้นและอธิบายขั้นตอนการรักษา ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรึกษาฟรี
  2. ถ่ายฟิมล์เอ็กเรย์สำหรับจัดฟัน: ค่าใช้จ่าย 800 – 1,200 บาท
  3. ดูฟิมล์ พิมพ์ปาก ถ่ายรูป: หลังจากหมอจัดฟันดูฟิมล์เอ็กเรย์แล้วจะแจ้งให้ทราบหากต้องมีการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ค่าใช้จ่าย 1,000 บาท
  4. เตรียมช่องปากให้พร้อมสำหรับการจัดฟัน (ถ้ามี) เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ค่าใช้จ่ายตามอัตราของคลินิก
  5. ติดเครื่องมือจัดฟันและปรับเครื่องมือ จนกว่าจะเสร็จ แบ่งชำระเป็นรายเดือน ใช้ระยะเวลา 22-30 เดือน
  6. ใส่เครื่องมือคงสภาพฟันหลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่าย 4,000 บาท (รีเทนเนอร์ 2 ชิ้น ชิ้นละ 2,000 บาท)

การแบ่งชำระค่ารักษาจัดฟัน

  1. จัดฟันแบบโลหะ (38,000 – 48,000 บาท): ติดเครื่องมือ 2 ครั้งแรก ครั้งละ 5,000 บาท จากนั้นปรับเครื่องมือ ครั้งละ 1,500 บาท จนครบ ปรับเครื่องมือเดือนละ 1 ครั้ง 
  2. จัดฟันแบบใสเซรามิก (65,000 บาท): ติดเครื่องมือ 2 ครั้งแรก ครั้งละ 12,000 บาท จากนั้นปรับเครื่องมือ ครั้งละ 2,000 บาท จนครบ ปรับเครื่องมือเดือนละ 1 ครั้ง 
  3. จัดฟันแบบดาม่อน (65,000 – 80,000 บาท): ติดเครื่องมือ 2 ครั้งแรก ครั้งละ 15,000 บาท จากนั้นปรับเครื่องมือ ครั้งละ 3,000 บาท จนครบ ปรับเครื่องมือทุกๆ 2 เดือน 

หมายเหตุ

  • ค่ารักษาจัดฟันนี้ไม่รวมถึงค่าปลอดเชื้อเครื่องมือแพทย์ครั้งละ 50 บาท และค่าทันตกรรมอื่นๆ ระหว่างจัดฟัน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน เอกซ์เรย์ และการปักหมุดจิ๋ว เป็นต้น
  • ในกรณีที่ชำระค่ารักษาจัดฟันครบแล้วแต่การรักษายังไม่เสร็จ ผู้ป่วยรับการรักษาต่อ (ปรับเครื่องมือ) โดยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาจัดฟันเพิ่ม

คำถามยอดฮิต และ ข้อคิดบางประการเกี่ยวกับการจัดฟัน

การจัดฟันเป็นวิธีการที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีการสบฟันผิดปกติ ซึ่งมีทั้งที่เกิดจากความผิดปกติของการเรียงตัวของฟันในขากรรไกรเดียวกัน ความผิดปกติของความสัมพันธ์ระหว่างฟันในขากรรไกรบนและล่าง หรือความผิดปกติของความสัมพันธ์ระหว่างฟัน ขากรรไกร และใบหน้า เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันหมุน ฟันล้ม ฟันที่ฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรไม่สามารถขึ้นได้ ฟันบนที่มีลักษณะยื่นออกมามากเมื่อเทียบกับฟันล่างและใบหน้า หรือการมีฟันล่างสบคร่อมฟันบน เป็นต้น

นอกจากการจัดฟันจะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการสบฟันเกิดขึ้นมาแล้ว ในเด็กที่ได้รับการตรวจตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วพบว่ามีปัจจัยที่จะเป็นสาเหตุชักนำหรือส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาไปสู่การสบฟันที่ผิดปกติ การจัดฟันสามารถช่วยขจัดปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นการป้องกันการสบฟันที่ผิดปกติที่ต้นเหตุ และยังเป็นการส่งเสริมให้มีพัฒนาการของการสบฟันและใบหน้าให้เป็นปกติทั้งในระยะฟันน้ำนม ฟันผสม และฟันแท้ จนเมื่อเด็กมีฟันแท้ขึ้นครบหรือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันที่ปกติและเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่สุด

การจัดฟัน นอกจากจะทำให้การเรียงตัวของฟันและการสบฟันเป็นปกติสวยงาม และทำให้มีระบบบดเคี้ยวอาหารที่มีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังให้ประโยชน์ทางอ้อมอีกหลายอย่างด้วย เช่น ลดอัตราการเกิดฟันผุและปริทันต์อักเสบ ช่วยส่งเสริมให้ข้อต่อขากรรไกรทำงานได้ดี ทำให้มีรูปหน้าและรอยยิ้มที่สวยงาม ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกมั่นใจและมีความสุขมากขึ้น

ช่วงอายุที่เหมาะสมต่อการจัดฟันควรจะเริ่มตั้งแต่ระยะก่อนที่เด็กจะเป็นวัยรุ่นสักเล็กน้อย ประมาณอายุราวๆ 10-14 ปี เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเด็กจะมีการเจริญของกระดูกโครงสร้างร่างกายรวมถึงกระดูกใบหน้าและขากรรไกรเป็นอย่างมาก โดยในบางกรณีการจัดฟันก็ต้องไปกระตุ้นหรือยับยั้งการเจริญของกระดูกใบหน้าและขากรรไกรร่วมด้วย เพื่อให้ผลของการรักษาออกมาดีทั้งการสบฟันและใบหน้าที่สวยงาม

การจัดฟันในผู้ใหญ่มักจะมีวัตถุประสงค์ที่นอกเหนือไปจากการจัดฟันในเด็ก เพราะนอกจากจะต้องการการสบฟันที่ดี มีรอยยิ้มและรูปหน้าที่สวยงามแล้ว ยังต้องการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่มักเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ได้อีกด้วย เช่น

  1. ในผู้ป่วยที่ถอนฟันไปนานๆ แล้วมีปัญหาฟันล้มเข้าสู่ช่องว่างที่เคยถอนฟันไป หรือฟันบนยื่นยาวลงมาในช่องว่าง กลายเป็นอุปสรรคในการทำฟันปลอม จึงจำเป็นต้องจัดฟันเพื่อตั้งฟันที่ล้ม หรือปรับตำแหน่งฟันที่ยื่นยาวหรือหมุนให้เรียบร้อยก่อนทำฟันปลอม
  2. ในผู้ป่วยที่เคยถอนฟันบางซี่ไปแล้ว แต่ไม่อยากใส่ฟันปลอม ในบางกรณีเราก็สามารถใช้การจัดฟันมาช่วยเคลื่อนฟันให้เข้ามาชิดกัน ปิดช่องว่างเหล่านั้น ทำให้ไม่ต้องใส่ฟันปลอมอีกเลย แต่ทั้งนี้ต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมจากหมอจัดฟันตามแต่ละกรณี
  3. ในผู้ป่วยที่มีปัญหาปริทันต์อักเสบ มีลักษณะเหงือกอักเสบ เหงือกร่น ฟันกระจายห่างมีช่องว่างระหว่างฟัน หรือยื่นออกมาจนเห็นได้ชัดเจน ก็สามารถจัดฟันให้กลับมาชิดกันสวยงามได้เหมือนเดิม
  4. ในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อต่อขากรรไกรอันเนื่องมาจากการสบฟันที่ผิดปกติ ก็สามารถใช้การจัดฟันแก้ปัญหาดังกล่าวได้

สาเหตุของฟันซ้อนเกเกิดได้ทั้งจากกรรมพันธุ์และที่ไม่ใช่กรรมพันธุ์
     4.1 สาเหตุจากกรรมพันธุ์
           ผู้ป่วยจะมีขนาดฟันและขนาดขากรรไกรที่ไม่สัมพันธ์กัน เช่น ขนาดซี่ฟันใหญ่แต่ขนาดขากรรไกรเล็กหรือแคบ หรือการมีความผิดปกติมาแต่กำเนิด เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นต้น
     4.2 สาเหตุที่ไม่ใช่จากกรรมพันธุ์ที่พบบ่อย ได้แก่
            4.2.1 การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนดเนื่องจากฟันน้ำนมซี่นั้นผุมากจึงถูกถอนออกไปเร็วกว่ากำหนด ทำให้ฟันทั้งสองข้างของซี่ที่ถูกถอนไปเคลื่อนเข้าสู่ช่องว่างของฟันที่ถูกถอน ดังนั้น ช่องว่างดังกล่าวจะมีขนาดเล็กลงผิดปกติ ทำให้ฟันแท้ไม่สามารถขึ้นมาได้ หรือถ้าขึ้นมาได้ก็ขึ้นมาในลักษณะซ้อนเกในที่สุด
           4.2.2 การมีฟันน้ำนมหลุดช้ากว่ากำหนด ทำให้ฟันแท้ขึ้นซ้อนอยู่ด้านหลังของฟันน้ำนม และถ้าไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมก็จะกลายเป็นฟันซ้อนเกในที่สุด
           4.2.3 สาเหตุอื่น ๆ เช่น การมีหน่อฟันอยู่ผิดที่ การมีฟันเกิน การมีโทนของกล้ามเนื้อริมฝีปากและลูกคางมากกว่าปกติ ตลอดจนการมีนิสัยผิดปกติที่ส่งผลต่อรูปหน้าและการสบฟัน

 ลักษณะนิสัยของเด็กที่อาจส่งผลให้เกิดการสบฟันและรูปหน้าที่ผิดปกติ ได้แก่ การดูดนิ้วหลังอายุ 4 ปีขึ้นไป การกัดหรือดูดริมฝีปาก การกลืนที่ผิดปกติ และการหายใจทางปาก
    ลักษณะนิสัยดังกล่าวอาจทำให้เกิด ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าล่างซ้อนเก ฟันหน้าบนและล่างอ้าห่างออกจากกันไม่สามารถกัดอาหารได้ การมีฟันหลังในขากรรไกรล่างสบคร่อมฟันหลังในขากรรไกรบนร่วมกับการมีเพดานปากที่แคบและสูง ตลอดจนรูปหน้าที่ผิดปกติไป ไม่สวยงาม หากผู้ปกครองสังเกตุพบลักษณะนิสัยดังกล่าวแต่เนิ่น ๆ ควรรีบพาบุตรหลานมาตรวจกับคุณหมอจัดฟันเพื่อร่วมมือกันแก้ไขขจัดนิสัยเหล่านี้ให้หมดไปก่อนที่จะส่งผลเสียอย่างถาวรต่อการสบฟันและโครงสร้างใบหน้าในที่สุด

การจัดฟันในบางกรณีก็จำเป็นที่จะต้องถอนฟันบางซี่ออกไปเพื่อให้ได้ช่องว่างมาใช้ในการเรียงฟันที่ซ้อนเก หรือถอยฟันหน้าที่ยื่นออกมาด้านหน้าเข้าด้านใน หรือเพื่อปรับตำแหน่งให้ฟันทางซีกซ้ายและขวาสมมาตรกัน แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงการถอนฟันได้บ้างในบางกรณี โดยการใช้อุปกรณ์จัดฟันที่เป็นหลักยึดบางลักษณะ หรือใช้หลักยึดชนิดที่เป็นสกรูติดกับกระดูกในส่วนที่รองรับฟัน ทั้งนี้ต้องได้รับการพิจารณาความเหมาะสมจากคุณหมอตามแต่ละกรณีไป

ระยะเวลาในการจัดฟันขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของความผิดปกติในแต่ละบุคคล ทั้งนี้โดยทั่วไปการจัดฟันที่ไม่ต้องมีการถอนฟันร่วมด้วยจะใช้เวลาประมาณ 12 ครั้ง ส่วนกรณีที่ต้องมีการถอนฟันร่วมด้วยจะใช้เวลาประมาณ 20-24 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะห่างกัน 1-2 เดือน

การปฏิบัติตัวไม่มีอะไรยุ่งยากมากมาย เน้น 3 เรื่องใหญ่ ๆ ดังนี้
     8.1 ควรดูแลความสะอาดในช่องปากให้ดี ควรแปรงฟันให้สะอาดหลังอาหารทุกมื้อทั้งตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน
     8.2 ระวังเครื่องมือจัดฟันหลุดด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียว เพราะการที่เครื่องมือหลุดบ่อยเป็นสาเหตุให้ใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น
     8.3 ให้ความร่วมมือในการใส่ยางหรืออุปกรณ์เสริมตามที่คุณหมอสั่ง เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามแผนที่วางไว้
    การจัดฟันไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้พูดไม่ชัด ปัญหานี้น่าจะเกิดจากการที่ผู้ป่วยยังไม่ชินกับการมีเครื่องมือจัดฟันติดอยู่ในระยะแรก ๆ ของการจัดฟัน

การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดกระดูกขากรรไกรจะทำในกรณีที่คนไข้มีการสบฟันที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากความผิดปกติของตำแหน่งของกระดูกขากรรไกรและใบหน้าที่รุนแรง ผู้ป่วยจะมีรูปหน้าที่ผิดปกติไปอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งลักษณะความผิดปกติที่รุนแรงดังกล่าวนี้ เราไม่สามารถเคลื่อนเฉพาะฟันให้มาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง สวยงามได้ เพราะกระดูกขากรรไกรยังอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติอยู่ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดร่วมด้วยเพื่อจัดตำแหน่งของกระดูกขากรรไกรบนใบหน้าให้ถูกต้องเหมาะสมและเกิดการสบฟันที่ถูกต้องตามมา ตัวอย่างเช่น ในคนไข้ที่มีขากรรไกรล่างเจริญเติบโตออกมาทางด้านหน้ามากเกินไป จะมีลักษณะใบหน้าด้านข้างเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีคางยื่นชัดเจน ฟันล่างยื่นออกมาสบคร่อมฟันบนอย่างรุนแรง การเเก้ไขในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องจัดฟันและใช้การผ่าตัดร่วมด้วย เพื่อจัดวางขากรรไกรล่างที่ยื่นออกมาด้านหน้าให้ถอยหลังกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับขากรรไกรบนและใบหน้า ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษา คือ ผู้ป่วยจะมีการสบฟันที่ถูกต้องและมีใบหน้าที่ดูเป็นปกติมากขึ้น

การจัดฟันแฟชั่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เพราะนอกจากจะไม่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของการจัดฟันแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายอีกด้วยทั้งจากอุปกรณ์และการปลอดเชื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน และผู้ให้บริการจัดฟันแฟชั่นมักจะไม่ใช่ทันตแพทย์จัดฟัน ดังนั้นฟันของท่านอาจถูกดึงไปในทิศทางที่ผิดหรือควบคุมอะไรไม่ได้เลย ทำให้ฟันดี ๆ เสียหายได้เพราะผู้ให้บริการนั้นขาดความรู้และไม่มีความชำนาญในการจัดฟันที่แท้จริง แต่แอบอ้างเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข มีความผิดทางพระราชบัญญัติทันตกรรมและพระราชบัญญัติสถานพยาบาลอีกด้วย กล่าวโดยสรุปคือ การจัดฟันแฟชั่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้แน่นอน
        ทั้งนี้ก่อนการจัดฟันควรสังเกตุว่า สถานพยาบาลนั้นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลและผู้ที่ให้บริการนั้นต้องเป็นทันตแพทย์ที่ได้รับใบประกอบโรคศิลป์และเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางด้านจัดฟัน จึงจะมีความปลอดภัยและได้รับผลการรักษาที่ดีจากการจัดฟัน